ทัวร์ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์หนองคาย ไหว้พระเวียงจันทน์ เยือนอดีตราชธานีล้านช้าง 2 วัน 1 คืน

 

กำหนดการเดินทาง เพียงครบ 8 ท่าน เลือกวันเดินทางเองได้ทุกวัน
(รถตู้ปรับอากาศ รับ-ส่ง สนามบินอุดรฯ)

Tnews Organize ร่วมกับ Sabaidee Tour ขอเชิญท่านท่องเที่ยว ทัวร์ไหว้พระ 9 วัดศักดิ์สิทธิ์

แห่งเมืองอุดร-หนองคาย-เวียงจันทน์ ทัวร์หนองคาย ไหว้พระธาตุบังพวน พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ

หลวงพ่อพระใส พระธาตุหล้าหนอง ทัวร์เวียงจันทน์ ไหว้พระวัดเจ้าแม่ศรีเมือง

พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ เที่ยวชมประตูชัย วัดสีสะเกด เวียงจันทน์

วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ วัดอินทร์แปง เวียงจันทน์

ทัวร์ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์หนองคาย ทัวร์ไหว้พระเวียงจันทน์

เยือนถิ่นอารยธรรมโบราณ สืบสานประเพณี  สัมผัสวิถีชีวิต อดีตราชธานีล้านช้าง

พัก  โรงแรมในตัวเมืองเวียงจันทน์ 1 คืน

ด้วยราคาโปรโมชั่นไหว้พระศักดิ์สิทธิ์หนองคาย ไหว้พระเวียงจันทน์

เพียงท่านละ 5,990-. !! ( ครบ 8 ท่าน ออกเดินทางโดยรถตู้ปรับอากาศ)

รายละเอียดการเดินทาง                                            CODE:SBD/TN02-NONGKAI-VIENTIEN 2D1N_VAN    

วันแรก              สนามบินอุดรธานี-ทัวร์หนองคาย – ทัวร์เวียงจันทน์ – วัดเจ้าแม่ศรีเมือง – หอพระแก้ว – ศูนย์การค้าอาเซียนมอลล์  (ตลาดจีน)                                                                                                                     (L/D)        

........ น.      เช้าต้อนรับคณะที่ สนามบินจังหวัดอุดรธานี ด้วยรถตู้ VIP จากนั้นนำคณะมุ่งหน้าสู่ จังหวัดหนองคาย

                  -  นมัสการพระธาตุบังพวน เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองหนองคาย ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุบังพวน ต.พระธาตุบังพวน อ.เมือง ตามตำนานอุรังคธาตุกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาลพื้นที่แห่งนี้คือ“ภูเขาลวง” ริมน้ำบางพวน(หรือภูลวง) เป็นที่อยู่อาศัยของพญานาค ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับยังดินแดนแถบลุ่มน้ำโขง พญานาคได้มาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ทำให้ดินแดนแห่งนี้ถูกยกให้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หลังการก่อสร้างพระธาตุพนมเสร็จสิ้น เหล่าพระอรหันต์ 500 องค์ที่ทำการสร้างพระธาตุพนมได้เดินทางไปอินเดีย อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า นำมาประดิษฐานไว้ยังสถานที่ 4 แห่ง ในเมืองหนองคายและเมืองเวียงจันทน์ โดยหนึ่งในนั้นก็คือ พระธาตุบังพวนนั่นเอง      

                   -  พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูป สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชครองเมืองเวียงจันทน์ พระสงฆ์ในวัดศรีชมภูองค์ตื้อได้ประชุมปรึกษาหารือกัน ลงมติจะหล่อพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นในบ้านน้ำโมง (เดิมเรียกว่าบ้านน้ำโหม่ง) เพื่อเป็นที่เคารพสักการะแก่อนุชนรุ่นหลังต่อ ๆ มา เมื่อตกลงกันแล้วจึงได้ชักชวนบรรดาพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เพื่อเรี่ยไรทองเหลืองบ้าง ทองแดงบ้าง ตามแต่ผู้ที่มีจิตศรัทธาจากท้องที่อำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ได้ทองหนักตื้อหนึ่ง (มาตราโบราณภาคอีสานถือว่า ๑๐ ชั่งเป็นหมื่น ๑๐ หมื่นเป็นแสน ๑๐ แสนเป็นล้าน ๑๐ ล้านเป็นโกฏิ ๑๐ โกฏิเป็นหนึ่งกือ ๑๐ กือเป็นหนึ่งตื้อ) พระสงฆ์และชาวบ้านจึงพร้อมกันหล่อ เป็นส่วน ๆ ในวันสุดท้ายเป็นวันหล่อตอนพระเกศ ในตอนเช้าได้ยกเบ้าเทแล้วแต่ไม่ติด เมื่อเอาเบ้าเข้าเตาใหม่ ทองยังไม่ละลายดีก็พอดีเป็นเวลาจวนพระจะฉันเพล พระทั้งหมดจึงทิ้งเบ้าเข้าเตาหรือทิ้งเบ้าไว้ในเตาแล้วก็ขึ้นไปฉันเพลบนกุฏิฉันเพลเสร็จแล้วลงมาหมายจะเทเบ้าที่ค้างไว้กลับปรากฏเป็นว่ามีผู้เทติด และตอนพระเกศสวยงามกว่าที่ตอนจะเป็น เป็นอัศจรรย์สืบถามได้ความว่า (มีชายผู้หนึ่งนุ่งห่มผ้าขาวมายกเบ้านั้นเทจนสำเร็จ) แต่ด้วยเหตุที่เบ้านั้นร้อนเมื่อเทเสร็จแล้ว ชายผู้นั้นจึงวิ่งไปทางเหนือบ้านน้ำโมงมีผู้เห็นยืนโลเลอยู่ริมหนองน้ำแห่งหนึ่งแล้วหายไป (หนองน้ำนั้นภายหลังชาวบ้านเรียกว่าหนองโลเลมาจนถึงปัจจุบันนี้ และชายผู้นั้นก็เข้าใจกันว่าเป็นเทวดามาช่วยสร้าง) เมื่อได้นำพระพุทธรูปที่หล่อแล้วมาประดิษฐานไว้ในวัด มีขุนนางชั้นผู้ใหญ่แห่งเมืองเวียงจันทน์ มาเที่ยวบ้านน้ำโมงสองท่านชื่อว่า ท่านหมื่นจันทร์ กับ ท่านหมื่นราม ทั้งสองท่านนี้ได้เห็นพระเจ้าองค์ตื้อก็เกิดศรัทธาเลื่อมใสที่จะช่วยเหลือ จึงได้ช่วยกันก่อฐาน และทำราวเป็นการส่งเสริมศรัทธาของผู้สร้าง ครั้นเมื่อขุนนางทั้งสองได้กลับถึงเมืองเวียงจันทน์แล้ว ได้กราบทูลพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชซึ่งครองเมืองเวียงจันทร์ในเวลานั้นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้เสด็จมาทอดพระเนตรก็ทรงเกิดศรัทธาจึงได้สร้างวิหารประดิษฐานกับแบ่งปันเขตแดนให้เป็นเขตข้าทาสบริวารของพระเจ้าองค์ตื้อดังนี้

๑ . ทางตะวันออกถึงบ้านมะก่องเชียงขวา( ทางฝั่งซ้ายตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย )

๒. ทางตะวันตกถึงบ้านหวากเมืองโสม ( อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี)

๓. ทางทิศใต้ถึงบ้านบ่อเอือดหรือบ่ออาด ( อยู่ในอำเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี)

๔. ทางเหนือไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจน คาดว่าน่าจะเป็น บ้านพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย และเมือง ส.ป.ป.ลาว ในปัจจุบัน

                 -  หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดหนองคาย นั่งขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยสีสุก มีพระพุทธลักษณะงดงามมาก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงบันทึกไว้ในหนังสือตำนานเจดีย์สยามว่า พระพุทธรูปล้านช้างที่งามยิ่งกว่าองค์อื่นคือ พระเสริม ที่อยู่ในพระวิหารวัดปทุมวัน มีตำนานเล่าว่า พระราชธิดา 3 องค์ในสมเด็กพระไชยเชษฐธิราชกษัติย์ แห่งราชอาณาจักรล้านช้าง ขอให้พระราชบิดาสร้างพระพุทธรูปประจำพระองค์และขอให้พระราชทานนามพระพุทธรูปนั้นตามนามของพระองค์ คือ พระสุก พระใส และพระเสริม เมื่อปี พ.ศ. 2437 ในรัชกาลที่ 3 เสร็จสงครามปราบเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ ได้อาราธนาทั้งสามองค์ข้ามแม่น้ำโขงมาประดิษฐานยังหนองคาย โดยการต่อแพไม้ไผ่ล่องมาตามแม่น้ำงึมจนออกสู่แม่น้ำโขง ณ จุดที่แม้น้ำสองสายบรรจบกัน  ตรงส่วนนี้แม่น้ำมีความเชียวที่สุด และเกิดพายุฟ้าฝนคะนอง จนเกิดอุบัติเหตุทำให้พระสุกจมแม่น้ำโขงไปหนึ่งองค์ ที่เหลือสององค์คือ พระใส นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดหอก่อง พระเสริมนำไปประดิษฐานที่วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย ในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรด ฯ ให้เชิญพระเสริมและพระใสลงกรุงเทพ ฯ เพื่อประดิษฐาน ยังวัดประทุมวนาราม ก็เกิดเหตุอัศจรรย์ว่าเกวียนที่เชิญพระใสนั้น หักลงตรงหน้าวัดโพธิ์ชัยครั้งแล้วครั้งเล่า ชาวเมืองจึงพร้อมใจกันอันเชิญพระใสขึ้นประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย นับตั้งแต่นั้นมาหลวงพ่อพระใสจึงประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย เป็นที่เคารพสักการะของทั้งหนองคายและชาวอีสานมาจนทุกวันนี้

12.00 น.    รับประทานอาหารกลางวัน  (มื้อที่ 1)  ณ ร้านอาหาร

บ่าย           -  พระธาตุหล้าหนอง หรือพระธาตุกลางน้ำ เป็นที่เคารพศรัทธายิ่งของชาวหนองคาย โดยในหนังสืออุรังคธาตุ หรือตำนานพระธาตุพนมตอนหนึ่งได้กล่าวถึงการสร้างพระธาตุองค์นี้ไว้ว่า สร้างโดยพระอรหันต์ 5 องค์ โดยได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าจากประเทศอินเดียมาพร้อมกัน และได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้พร้อมกัน 6 แห่ง โดยพระธาตุฝ่าพระบาทเบื้องขวา 9 องค์  บรรจุไว้ที่พระธาตุหล้าหนองแห่งนี้ โดยพระธาตุนี้จะตั้งอยู่กลางบริเวณวัดธาตุ ริมฝั่งแม่น้ำโขง พอถึงฤดูน้ำหลากแม่น้ำโขงที่ไหลเชี่ยวกรากจะกัดเซาะตลิ่งบริเวณวัดธาตุจนพังทลายหายไป ซึ่งตามประชุมพงศาวดาร ภาค 70 ได้บันทึกไว้ว่า น้ำโขงกัดเซาะตลิ่งพังเข้าไปจนถึงองค์พระธาตุหล้าหนอง และพระธาตุได้พังลงในแม่น้ำโขง เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 9 เวลาใกล้ค่ำ ร.ศ. 66 จ.ศ. 1209 พ.ศ. 2309ปัจจุบัน องค์พระธาตุจมอยู่กลางแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งไทย 180 เมตร องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูน ล้มตะแคงไปตามกระแสน้ำ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือมีฐานเหลี่ยมมุมฉาก โดยด้านหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเพียงครึ่งฐาน เนื่องด้วยเป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคาย ทางจังหวัดและสำนักโยธาธิการและผังเมืองได้ก่อสร้างพระธาตุหล้าหนององค์จำลองขึ้นแล้วบรรจุชิ้นส่วนพระธาตุองค์จริงไว้ข้างใน

15.00 น.    นำท่าน ออกเดินทางสู่ด่านมิตรภาพไทย-ลาวและรับการต้อนรับจากมักคุเทศก์สาวสวย ในชุดประจำชาติลาว ใช้เวลาทำเอกสารที่ด่านลาว ประมาณ 10 นาที เดินทางมุ่งหน้าสู่ นครหลวงเวียงจันทน์ ถึงนครหลวงเวียงจันทน์

                 นำท่านท่องเที่ยวทัวร์เวียงจันทน์  สู่  ศูนย์การค้าอาเซี่ยนมอลล์ ช้อปปิ้งสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ใต้หวัน

17.00 น.    นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม Duangchan Plaza ใจกลางเมืองเวียงจันทน์  หรือเทียบเท่า ระดับมาตรฐาน

19.00 น.    รับประทานอาหารเย็น (มื้อที่2)   ณ ร้านอาหารครัวลาว

วันที่สอง    ทัวร์เวียงจันทน์-วัดเจ้าแม่ศรีเมือง-พระธาตุหลวงเวียงจันทน์-ประตูชัย-วัดสีสะเกด-วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ-วัดอินทร์แปง -หนองคาย-อุดรธานี                                                                                                 (B/L)       

07.00 น.    รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่3)  ณ ห้องอาหารของโรงแรม

08.00 น.    หลังอาหารนำท่านออกเดินทาง ทัวร์ไหว้พระเวียงจันทน์

                 -  วัดเจ้าแม่ศรีเมือง  เป็นที่ตั้งเสาหลักเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ของลาว รับฟังตำนานความเชื่อและความศักดิ์ของเจ้าแม่ศรีเมือง

                 -  พระธาตุหลวงเวียงจันทน์  (That Luang Stupa)  ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดในลาวสร้างโดยพระเจ้า ไชยเชษฐาธิราช โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่า

                 -  อนุสาวรีย์ประตูชัย (Victory Monument)  สถาปัตยกรรมผสมผสานลาวล้านช้าง กับฝรั่งเศส ลักษณะตึกสี่เหลี่ยมจัตุรัสสูง 45 เมตร ส่วนหลังคา เป็นยอดช่อฟ้า 5 ยอด สร้าง เพื่อเป็นที่ระลึกกตัญญูกตเวทิตาให้กับวีระบุรุษ วีรชนของชาติลาวทุกยุคทุกสมัย ชั้นบนสุดท่านสามารถชมทิวทัศน์นครหลวงเวียงจันทน์ ได้รอบทิศทาง

                 -  พิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว(Hor Phra Kaew Museum)  ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็น ที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เมื่อครั้งที่กองทัพศักดินาสยามตีเมืองเวียงจันทน์แตกแล้วถูกอันเชิญมาไว้ที่กรุงธนฯ โดยเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก(ร. 1) เมื่อปี ค.ศ. 1778 ในปัจจุบันจัดแสดงวัตถุ โบราณมากมาย รวมทั้งพระบางจำลองด้วย

                 -  วัดสีสะเกด หรือ วัดสะตะสะหัดสาราม  ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางตัวเมืองนครหลวงเวียงจันทน์ ติดกับหอคำ พระราชวังหลวงของกษัตริย์ลาวสมัยก่อนสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช พระบิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ในศตวรรษที่ 16 ในระยะที่ 2 วัดสิสะเกด สร้างขึ้นในวัดพฤหัสบดี ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีขาน พ.ศ. 2361 โดย เจ้าอนุวงศ์กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ล้านช้างเวียงจันทน์ ถือว่าเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งอยู่ในระหว่างศึกสงครามหลายยุคหลายสมัย และเป็นวัดเดียว ที่ไม่เคยถูกทำลายเหมือนวัดอื่น ๆในเวียงจันทน์ หลังจากสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2367 พระเจ้าอนุวงศ์ก็ได้นำพาประชาชนลาวบำเพ็ญบุญกุศลเฉลิมฉลองเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน สิ่งที่ได้ก่อสร้างพร้อมกันนี้มี
หอพระไตรปิฎก  ภายในบริเวณหอพิพิธภัณฑ์ แต่ละด้านมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ อยู่ตามฝาผนังที่ทำด้วยดินเผา ไม้ และอื่น ๆรวมทั้งหมดมี 6,840 องค์ ส่วนอยู่ด้านบนทำด้วยประทายเพชร มีจำนวน 120 องค์ แม่พิมพ์เดียวกัน พระพุทธรูป รวมทั้งหมด ทั้งองค์ใหญ่และเล็กรวมทั้งสิ้น 10,136 องค์ ซึ่งประชาชน ได้พร้อมใจ กันหล่อนำมาถวาย 

                 -  ศูนย์หัตถกรรมเครื่องเงินและสิ่งทอ  เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองของลาว อาทิ ผ้าฝ้าย ผ้าไหม และเครื่องเงินมากมาย

12.00 น.    รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 4) ณ ร้านอาหาร

บ่าย           -  ตลาดเช้า  แหล่งช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดในเวียงจันทน์ 

                 -  วัดองค์ตื้อมหาวิหาร  เป็นหนึ่งในจำนวนหลาย ๆวัดที่เก่าแก่ที่สุด ในนครหลวงเวียงจันทน์และมีความหมายความสำคัญทางโบราณสถานและประวัติศาสตร์ เป็นวัดที่ทั้งประชาชนลาวและต่างชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือวามสำคัญเป็นพิเศษ ในอดีตใช้เป็นประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆทางราชการในสมัยก่อน เช่น พิธีถือน้ำ(ดื่มน้ำสัตยาบรรณ) ๆ อีกทั้งงานประเพณีบุญพระธาตุหลวงเสร็จสิ้นลง ยังต้องมาประกอบ พิธี ทำบุญอยู่วัดองตื้อ - วัดอินทร์แปง อีกจึงจะถือว่างานประเพณีบุญพระธาตุเสร็จสิ้นลงอย่างสมบูรณ์

                 -  วัดอินทร์แปง เป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่มีปูชนียสถานหลายอย่างในบริเวณวัดได้แก่ พระพุทธรูปอินทร์แปง, ใบเสมาหินรูปสิงห์, เสาหิน เป็นต้นเกี่ยวกับประวัติของวัดอินแปงนั้นยากจะสรุปว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปีใด พ.ศ.ใดแน่เนื่องจากมีโบราณวัตถุหลงเหลือให้เห็นหลายอย่างเช่น ใบเสมาหิน, เสาหิน ซึ่งแสดงถึงความเก่าแก่ส่วนในการสร้างหรือบูรณะจนกลายเป็นวัดอินแปงดังเช่นปัจจุบันสถาปัตยกรรมที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบันนั้นเป็นลักษณะงานศิลปะในสกุลช่างช่วงสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ศตวรรษที่ ๑๖ โดยลักษณะสถาปัตยกรรมมีความคล้ายคลึงกันกับวัดองค์ตื้อ วัดจัน และวัดสีเมืองซึ่งวัดองค์ตื้อกับวัดอินทร์แปงนั้นตั้งอยู่ติดกันเลย

14.00 น.    -  ร้านสินค้าปลอดภาษี  (Duty Free)  ที่ด่านลาวเลือกซื้อสินค้านานาชาติมียี่ห้อ (Brand Name) ราคาถูกต่างๆ มากมาย อาทิ เหล้า ไวน์ บุหรี่ และเครื่องสำอาง จากนั้นเดินทางกลับเมืองไทย โดยสวัสดิภาพ และ ด้วยความประทับใจ

16.00 น.   ส่งคณะที่สนามบินอุดรธานี โดยสวัสดิภาพ และด้วยความประทับใจ ... จบโปรแกรมทัวร์ไหว้พระศักดิ์หนองคาย ทัวร์หนองคาย ทัวร์ไหว้พระศักดิ์สิทธิ์เวียงจันทน์ ทัวร์เวียงจันทน์

                                 
                                 @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

อัตราค่าบริการ      ราคาต่อผู้เดินทางผู้ใหญ่ 8 ท่าน ราคาท่านละ 5,990 บาท

อัตรานี้รวม

- ค่ารถตู้ปรับอากาศนำเที่ยวตลอดการเดินทาง

- ค่าอาหาร 4  มื้อ ตามที่ระบุในรายการ    

- ค่าทำบัตรผ่านแดน (ไทย-ลาว)      

- ค่าเอกสารพิธีการต่าง ๆ

- โรงแรมระดับมาตรฐาน 1 คืน (พักห้องละ 2 ท่าน)

ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

- มัคคุเทศก์นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทาง  วงเงิน  200,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

อัตรานี้ไม่รวม

- ค่ายานพาหนะเดินทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ - อุดรธานี 

- ค่าวีซ่าลาว (สำหรับชาวต่างประเทศ)

ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% (กรณีต้องการออกใบเสร็จเต็มรูปแบบในนามบริษัทฯ ท่าน)

ค่าทิปไกด์ และคนขับรถ (สินน้ำใจจากท่าน ตามความพอใจในการให้บริการ)

ค่าโทรศัพท์ มินิบาร์ เหล้า เบียร์ ค่าอาหาร นอกเหนือจากรายการที่ระบุ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ

เอกสารที่ต้องใช้ในการเดินทาง
1. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

2. เด็กใช้สำเนาสูติบัตร หรือทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายขนาด1 นิ้ว จำนวน 2 ใบ

เงื่อนไขในการจองทัวร์
- ชำระเงินมัดจำ 50% ของราคาทัวร์ ส่วนที่เหลือก่อนเดินทาง 10 วัน พร้อมนำส่งเอกสาร

เงื่อนไขการยกเลิกทัวร์

- ยกเลิกการเดินทางก่อน 30 วันขึ้นไป คืนเงินค่าจอง/ค่าทัวร์ทั้งหมด

- ยกเลิกการเดินทางก่อน 15 วันขึ้นไป เรียกเก็บค่าใช้จ่าย 30% ของราคาทัวร์

- ยกเลิกการเดินทาง ภายใน 7 - 14 วันก่อนเดินทาง เรียกเก็บค่าใช้จ่าย 50 - 70 % ของราคาทัวร์ หรือขั้นต่ำตามราคาที่บริษัทแจ้ง

- ยกเลิกการเดินทาง ก่อน 1 - 6 วัน ก่อนเดินทาง ไม่มีการคืนค่าทัวร์บางส่วน หรือทั้งหมด ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น


หมายเหตุ:

- หากท่านถูกปฎิเสธ การเข้าประเทศ หรือออกนอกประเทศ บริษัทฯ ไม่สามารถคืนเงินค่าทัวร์บางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น

- กรุณาศึกษารายละเอียดโปรแกรมการเดินทางท่องเที่ยว เงื่อนไขการให้บริการ ก่อนทำการจองทัวร์

 

#ทุกทีที่ท่องเที่ยว ทุกทีที่ทีนิวส์

 

ติดต่อสอบถามและจองที่นั่ง  ได้ที่  Tnews Organize  T. 0842951942
หรือ  
E-Mail: tnews08@yahoo.com    
แวะชมโปรแกรมทัวร์ท่องเที่ยวเส้นทางอื่น ๆ ได้ที่   www.teenews.net